"การทำงานทุกโครงการอย่างต่อเนื่อง ทำให้สังคมยอมรับและเชื่อมั่นในผลงานของพระพยอม ดังนั้นจำนวนสังฆทาน และสิ่งของบริจาคต่าง ๆ ซึ่งมีจำนวนมากมายจนเหลือพอที่จะเปิดโครงการซูเปอร์มาร์เก็ตผู้ยากไร้ เป็นที่รวมสินค้าราคาถูก ให้ประชาชนทั่วไปได้จับจ่ายซื้อหา เป็นการลดค่าใช้จ่ายได้อย่างดี เพราะเป็นสิ่งของที่ได้มาจากการรับบริจาค ราคาขายจึงถูกมาก เป็นการสงเคราะห์คนในสังคมได้อย่างดี ดังนั้น โครงการซูเปอร์มาร์เก็ตผู้ยากไร้จึงเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537 จนถึงปัจจุบัน
จากศรัทธาของญาติโยมที่มีจิตกุศลเข้ามาร่วมบริจาคปัจจัย และเครื่องอุปโภคบริโภคแก่มูลนิธิ พระพยอมได้จัดแจกให้แก่ผู้ยากไร้ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น มอบเป็นรางวัลแก่ผู้ทำความดี ให้เป็นกำลังใจแก่คนงานที่มีความขยัน และลดเลิกละจากอบายมุข ด้วยการจัดทำซูเปอร์มาร์เก็ต ให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อย และกรรมกรทั่วไปที่ยากจน โดยสามารถหาซื้อได้ในราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด"
ของเก่าเหลือใช้จากสังคม กลับกลายเป็นสิ้นค้ามือสองที่มีค่า
แม้จะไม่มีเงินก็ซื้อได้ ด้วยการมาช่วยพัฒนาวัดตามความสามารถ ท่านก็จะให้จับจ่ายซื้อสิ่งของตามต้องการ การช่วยเหลือเช่นนี้ เป็นการสอนให้ทุกคนเห็นคุณค่าของเงิน และสิ่งของที่ผู้ใจบุญบริจาคให้ หากได้รับการช่วยเหลือที่ง่ายเกินไป สิ่งนั้นจะดูด้อยค่า ไม่สมกับน้ำใจที่ญาติโยมให้มา สิ่งของที่ได้มาโดยยากลำบาก ย่อมทำให้เกิดความทะนุถนอมและมีค่า
ภายในซุปเปอร์มาร์เก็ตผู้ยากไร้ ที่ทุกคนสามารถซื้อได้ในราคาถูก