พระพยอม กลฺยาโณ ได้ชี้แนะถึงคุณค่าของการครองสมณเพศไว้อย่างลึกซึ้งว่า ส่วนดีที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ "ความอิสระจากพันธนาการทางโลก" การไม่ต้องพะวงกับการทำมาหากินเพื่อปรนเปรอตัณหาตนเอง ไม่มีภาระผูกพันทางครอบครัวที่ต้องกังวล ทำให้มีเวลาเต็มที่ในการศึกษาจิตใจและพัฒนาปัญญา
การใช้ชีวิตอยู่กับบริขารเพียงไม่กี่ชิ้นตามหลักพุทธศาสนา สอนให้มนุษย์รู้จักคำว่า "พอดี" และสัมผัสกับความสุขสงบที่เกิดจากความสงบระงับภายใน ซึ่งเป็นความสุขที่ประณีตกว่าความสุขทางโลกที่ต้องแก่งแย่งแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา
ท่านพระพยอมเน้นย้ำเสมอว่า ส่วนดีของการครองสมณเพศจะเกิดขึ้นอย่างแท้จริงก็ต่อเมื่อนักบวชรูปนั้นเข้ามา "บวชเพื่อละ ไม่ใช่บวชเพื่อเอา" หากบวชเข้ามาเพื่อหวังลาภสักการะหรือความสบาย ผ้าเหลืองก็อาจกลายเป็นสิ่งเผาผลาญตนเองในภายหลัง
แต่หากตั้งจิตมั่นในการสละกิเลสและมุ่งมั่นทำหน้าที่ศาสนทายาท การครองเพศบรรพชิตนี้จะนับเป็นวิถีชีวิตที่สง่างาม เข้มแข็ง และมีคุณค่าสูงสุด เพราะเป็นการเปลี่ยนชีวิตของชายธรรมดาคนหนึ่งให้กลายเป็นผู้ชี้ทางสว่างและสร้างปัญญาให้แก่มหาชนได้อย่างยั่งยืน
"ส่วนดีที่ชัดเจนก็คือว่า ได้รู้ได้เข้าใจวิธีการที่จะให้ทุกข์ลดลงไป ได้มากกว่าที่เราไม่ได้บวช ไม่ได้ครองสมณเพศ เมื่อตอนที่ไม่ได้ครองสมณเพศ จะจมอยู่ในความทุกข์โดยไม่รู้เลย แล้วก็ไม่รู้ว่าเหตุมาจากอะไร ไม่รู้วาระที่มันดับกันที่มันเกิด จะไม่เคยเทียบเคียงเลย ตอนเกิดก็ปล่อยให้เกิดไป ตอนดับก็ไม่ได้สังเกต จนกระทั่งหมดโอกาส สมัยที่เรายังไม่บวชแทบจะไม่มีโอกาสเลย ที่จะสร้างวิธีที่จะชนะทุกข์ดับทุกข์ทั้งของตนและของสังคม ไม่เคยคิดมากเพราะมันมุ่งมากแต่เรื่องกิน กาม เกียรติ เพราะฉะนั้นต้องถือว่าได้ประโยชน์
สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือว่า เราบั่นทอนศักยภาพของทุกข์และปัญหาด้วยการค่อยๆ คลายความไม่รู้ ตอนเป็นฆราวาส เป็นวัยรุ่นคึกคะนองจนกระทั่งไปก่อเรื่องก่อปัญหามาโดยไม่ควรจะก่อ แต่ความไม่รู้เป็นตัวศักยภาพให้ก่อให้สร้างปัญหาและทุกข์มาก พอบวชแล้วมีเวลามากขึ้น ก็จะมองอย่างที่ท่านสอนให้มองว่า
ก็เลยทำให้สภาพเป็นนักบวชทรงเราไม่ให้ตกไปสู่ความเลอะเทอะ สกัดกั้นศักยภาพของทุกข์ และปัญหาอันเกิดจากความไม่รู้ เพราะว่าโลกชวนกันไม่ให้รู้เรื่องความจริงมากกว่าที่จะให้รู้ว่า อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา แล้วก็ช่วยกันให้รู้แต่เรื่องสนุกสนานรื่นเริงบันเทิงใจ มากกว่าที่จะ รู้ทุกข์รู้เหตุให้เกิดทุกข์ รู้ความดับทุกข์และรู้วิธีให้ทุกข์ดับ รู้วาระจรของทุกข์ที่หมดไป ตรงนี้เป็นประโยชน์แก่การบวช"
"...ถ้าถามในความรู้สึกจริงๆ ความคิดว่าสูญเสียแทบจะไม่มี แต่ถ้าเทียบทางโลกคิดแบบชาวบ้าน จะรู้สึกว่าเสีย เช่น เสียโอกาสในการมีกิน มีกาม มีเกียรติเหมือนชาวบ้าน น่าจะได้กินอะไรอร่อยๆ ตลอดเวลา กลางคืนจะออกเที่ยวไปหากินก็น่าจะออกไปกินได้ เสียโอกาสตรงนี้ เสียโอกาสเห็นแก่ปากแก่ท้อง ถ้าเป็นชาวบ้าน จะรู้สึกว่า อยู่เป็นพระ ปากแห้ง ท้องหิว เขาไม่รู้ว่าอาหารมันไม่ได้มีแค่ปากท้อง แต่มันยังมีที่ใจ
เพราะฉะนั้น ถ้าจะพูดภาษาชาวบ้าน ก็คือเสียโอกาสปากท้อง ไม่ได้กินเต็มที่ ไม่ได้กินอร่อย ไม่ได้กินพร่ำเพรื่อ และเสียโอกาสที่จะมีแฟนสวยๆ มีกามที่จะบริโภค รูป รส กลิ่น เสียง ไว้บำเรอปรนเปรอชีวิตทุกรูปแบบที่เขามีกินในปัจจุบัน ไม่ได้ไปเสพสุขในทางกามคุณ ซึ่งคนกำลังแสวงหาว่าได้มาแล้วมีความสุข เราเสียโอกาสไม่ได้สัมผัส รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสในแบบนุ่มนวลชวนให้ลุ่มหลง ให้ชื่นชอบให้ครอบงำให้ไหลตามกระแสของโลกที่เขาต้องการจะมีกัน แต่เราไม่มีโอกาส ชาวโลกมองว่าเราเสีย
แต่ถ้าพูดในภาษาชาวโลก เขาจะว่าเราเสีย แต่ถ้ามองในแง่ทางธรรม จะถือว่าเป็นการเสียที่รอดปลอดภัยที่สุด ถ้าไม่เสียและไปมัวได้อย่างนั้น ก็จะติดตลอดชาติ จะไม่รอด ไม่มีโอกาสหลุดรอดไปสู่ภาวะที่เบาสบาย โปร่งโล่ง ไม่มีภาระในครอบครัว ได้เป็นพลังให้กับแผ่นดิน เพราะว่าเราไม่ติดภาระเลี้ยงดูใครคนใดคนหนึ่ง หรือในครอบครัว ก็ทำให้เราเป็นพลังของศาสนา ของชาติ ของบ้านเมือง ของแผ่นดิน"
จะมีอะไรอีกเล่าที่จะมีคุณค่าเกินกว่า การเสียสละ และจะมีอะไรอีกเล่า ที่จะประเสริฐล้ำค่าเหนือกว่าการบำเพ็ญเพียรในการสละออก การสละออกของพระพยอมมีค่าสูงยิ่งต่อผู้ที่ตกอยู่ในห้วงแห่งทุกข์ ต่อผู้ที่ไร้ที่พึ่งพิงอาศัย ต่อผู้ที่ขาดปัจจัยในการพัฒนาศักยภาพของตน
ด้วยความแยบยลที่ครบพร้อมในความอิสระจากทรัพย์ ในการสละเพื่อพระพุทธศาสนา สละเวลา สละแรงกาย สละความคิด สละเพื่อความสุขสบายของผู้อื่น สละเพื่อให้ผู้อื่นสมความปรารถนา สละแม้กระทั่งภาพลักษณ์ของตัวท่านเอง...
ท่านเป็นตัวอย่างของการเสียสละ ของความขยัน เข้มแข็งและอดทน ของการรู้จักประหยัดอดออม เป็นตัวอย่างของการรู้จักพึ่งพาตนเอง การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนนำสิ่งของที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยไม่ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างฟุ่มเฟือย
ไม่มีคำอื่นจะกล่าวได้อย่างลึกซึ้งไปเกินกว่านี้อีกแล้วว่า พระพยอม กัลยาโณ คือ พระผู้เสียสละที่ล้ำเลิศและมีคุณค่ายิ่ง...ในบวรพุทธศาสนา